“ชมความมหัศจรรย์ของ "เมืองบาดาล" โบสถ์เก่าที่จมใต้น้ำและโผล่พ้นน้ำตามฤดูกาล สะท้อนสถาปัตยกรรมมอญดั้งเดิมที่ผสานร่องรอยกาลเวลา กลายเป็นจุดท่องเที่ยว อันซีนประเทศไทย ที่มีเสน่ห์ลึกลับและสวยงามแปลกตา”
วัดใต้น้ำ (Wat Tai Nam) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดวังก์วิเวการาม (หลังเก่า)” เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของชุมชนชาวมอญในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2496 โดยพระครูอุตตมะ (หลวงพ่ออุตตมะ) ร่วมกับชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ ซึ่งในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางชุมชน การศึกษา และศาสนาของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ริมแม่น้ำซองกาเลีย โดยวัดเดิมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า “สามประสบ” ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำหลายสาย ทำให้เป็นทำเลสำคัญของการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิมของชุมชนชายแดนไทย–พม่า
ต่อมาในช่วงทศวรรษ 2520–2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือปัจจุบันคือเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อผลิตไฟฟ้าและบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง การสร้างเขื่อนส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำของอำเภอสังขละบุรี รวมถึงหมู่บ้านมอญและวัดวังก์วิเวการามเดิม ถูกน้ำท่วมอย่างถาวร ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพขึ้นไปตั้งถิ่นฐานใหม่บนพื้นที่สูง ขณะที่โบสถ์และสิ่งปลูกสร้างเดิมของวัดค่อย ๆ จมอยู่ใต้น้ำและกลายเป็น “เมืองบาดาล” ที่เห็นในปัจจุบัน
ปัจจุบันวัดใต้น้ำกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ โดยนักท่องเที่ยวต้องใช้บริการเรือหางยาวจากบริเวณสะพานมอญหรือท่าเรือในสังขละบุรีเพื่อเข้าชมซากวัดกลางอ่างเก็บน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง (ประมาณมีนาคมถึงเมษายน หรือบางปีอาจยืดถึงพฤษภาคม) ระดับน้ำจะลดลงจนสามารถเห็นโครงสร้างอุโบสถและสามารถเดินเข้าไปภายในบางส่วนได้ แต่ในช่วงฤดูฝน พื้นที่ส่วนใหญ่จะจมอยู่ใต้น้ำ เหลือเพียงยอดเจดีย์หรือหอระฆังโผล่พ้นน้ำ กลายเป็นภาพอันโดดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์ของสังขละบุรี
แม้วัดจะจมอยู่ใต้น้ำ แต่ความศรัทธาของชุมชนยังคงอยู่ต่อเนื่อง โดยมีการสร้างวัดวังก์วิเวการามแห่งใหม่บนเนินเขาเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอญในพื้นที่ ขณะเดียวกันวัดใต้น้ำก็ยังคงทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศที่เกิดจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง
Wie man dorthin kommt
- จากตัวอำเภอสังขละบุรี นักท่องเที่ยวต้องใช้บริการเรือหางยาวจากท่าเรือบริเวณสะพานมอญหรือสะพานซองกาเลีย ค่าบริการเรือแบบเหมาลำนั่งได้ประมาณ 6 คน ราคาเริ่มต้นที่ 300 - 500 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่แวะชม
Reisen
- ตรวจสอบระดับน้ำก่อนเดินทางเพื่อเลือกช่วงชมวัดใต้น้ำให้ตรงความต้องการ
- ถ้าอยากเดินเข้าโบสถ์ให้เลือกช่วงหน้าแล้งประมาณมีนาคม–พฤษภาคม
- ถ้าอยากได้ภาพวัดกลางน้ำสวยลึกลับให้มาในช่วงปลายฝนต้นหนาว
- ควรเหมาลำเรือกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจะได้ราคาถูกกว่า
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชมสถานที่ (มีเพียงค่าบริการเหมาเรือหางยาว)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้ล่องเรือชมได้ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น. (ควรไปในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อน)